จากคลิปเรื่อง “Inside the fight against Russia’s fake news” ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มตอบคำถามดังต่อไปนี้
- สรุปเนื้อหาของคลิปดังกล่าวพร้อมข้อแนะนำที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
- ความคิดเห็นของกลุ่มคุณที่มีต่อ Fake News ว่ามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่
- ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารที่มาจาก Social Network
Deadline: 21 September 2025

8 Responses
1. สรุปเนื้อหาและข้อแนะนำในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
คลิปนี้พูดถึงการต่อสู้กับข่าวปลอมของรัสเซีย ที่ถูกใช้เพื่อชักจูงความคิดของคนและสร้างความเข้าใจผิดในสังคม โดยเฉพาะช่วงสงครามหรือเหตุการณ์การเมือง นักข่าวและหน่วยงานตรวจสอบข่าวพยายามค้นหาความจริงจากหลักฐาน เช่น ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลจากโซเชียล เพื่อพิสูจน์ว่าข่าวไหนจริงหรือปลอม
ข้อแนะนำในการป้องกัน คือควรตรวจสอบแหล่งข่าวให้แน่ชัด อ่านเนื้อหาทั้งหมดไม่ดูแค่หัวข่าว ตรวจสอบกับหลายแหล่ง และอย่าแชร์ต่อถ้ายังไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่
2. ความคิดเห็นของกลุ่มต่อ Fake News
Fake News มีผลต่อชีวิตประจำวันมาก เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่เสพข่าวจากโซเชียล ถ้าเจอข่าวปลอมแล้วเชื่อทันที มันอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือสร้างความเกลียดชังในสังคม เช่น ข่าวการเมือง ข่าวสุขภาพ หรือข่าวดารา ถ้าไม่ตรวจสอบก็อาจทำให้ตัดสินใจผิดหรือเข้าใจคนอื่นผิดได้ง่าย
3. ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวจาก Social Network
ควรเลือกติดตามเพจข่าวที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบก่อนแชร์ อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นในโซเชียล โดยเฉพาะข่าวที่ใช้คำแรงหรือทำให้โกรธง่าย ควรใช้เหตุผลและหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ และควรช่วยกันเตือนคนรอบตัวไม่ให้แชร์ข่าวปลอมต่อ
จากคลิปดังกล่าว เล่าถึงประสบการณ์การต่อสู้กับ Fake News โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย ซึ่งสามารถสรุปความสั้นๆได้ว่า
• Fake News มักถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนข่าวจริง โดยการใช้ภาพ ภาษาที่น่าเชื่อถือ พาดหัวชวนให้ตกใจ
• ในสถานการณ์สงครามหรือความขัดแย้ง ข้อมูลเท็จสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมทิศทางความคิดเห็น สร้างความหวาดกลัว หรือชี้นำประชาชนในทางที่ผิดได้
• นักข่าวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีการพยายามตรวจสอบหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหลักฐานต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ
>> ข้อแนะนำในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
• ตรวจสอบแหล่งข่าว
ดูว่าสื่อที่เผยแพร่มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด หากมีการอ้างถึงแหล่งที่มาให้ตามไปดูที่ต้นฉบับนั้นๆ
• ใช้เครื่องมือตรวจข้อเท็จจริง
เว็บไซต์หรือองค์กรตรวจสอบข่าวปลอม เช่น StopFake, Poynter, Snopes ,ในไทย “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม”
• เช็กเวลาที่เผยแพร่และบริบท ข่าวเก่าอาจถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในบริบทที่ต่างไปจากข้อเท็จจริง
>> ความคิดเห็นของคนในกลุ่มที่มีต่อ Fake News
• สรุปได้ว่า Fake News มีผลกระทบจริงต่อชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่องของทัศนคติ ความเชื่อ และการตัดสินใจ
• หากได้รับข้อมูลที่ผิด ไม่เป็นจริง หรือข่าวลือ อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง
• สามารถก่อให้เกิดความเกลียดชัง ความหวาดระแวง หรือแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายกันได้
>> ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารที่มาจาก Social Network
ยกตัวอย่างเช่น
• ติดตามแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
• ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว
• ใช้เครื่องมือหรือเว็บไซต์ช่วยตรวจสอบข่าว
• ตระหนักว่าไม่มีแหล่งข่าวใดที่สมบูรณ์
จากคลิปดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า รัสเซียได้ใช้ข่าวปลอมและโฆษณาชวนเชื่อเป็นอาวุธในการทำสงครามข้อมูล (information warfare) โดยมีเป้าหมายหลักคือยูเครน เพื่อบิดเบือนความจริง ทำลายความน่าเชื่อถือ และสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคง โดยในคลิปได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปี 2014 ที่สื่อรัสเซียแพร่ข่าวเท็จเกี่ยวกับการตรึงกางเขนเด็กชายวัย 3 ขวบใน Slavyansk ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ข้อแนะนำคือ
-ระวังข่าวที่กระตุ้นอารมณ์รุนแรง: หากเนื้อหาดูดราม่า หวือหวา หรือพาดหัวข่าวเกินจริง หรือ clickbait ซึ่งมักจะไม่ใช่ความจริง เพราะถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจโดยเฉพาะ
-ตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง เช่น เปรียบเทียบจากแหล่งอื่น หรือ ตรวจสอบรายละเอียดค้นหาชื่อบุคคล ที่อยู่ หน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้เขียน เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล
ความเห็น
-พวกเรามองว่า Fake News ไม่ใช่แค่ “ข่าวปลอม” แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราในหลายๆด้านดังนี้
1.ผลกระทบต่อการตัดสินใจ: Fake News สามารถบิดเบือนการตัดสินใจของเราได้โดยไม่รู้ตัว เช่น การเลือกซื้อสินค้า การมีอคติต่อบุคคลหรือกลุ่มคน หรือแม้กระทั่งการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม โดยมีข้อมูลเท็จเป็นฐาน
2.ผลกระทบต่อความสัมพันธ์และสังคม: ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความแตกแยกและปลุกปั่นอารมณ์ ทำให้เกิดความขัดแย้งบนโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งในวงเพื่อนและครอบครัว ซึ่งล้วนมีต้นตอมาจากข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
ผลกระทบต่อการรับรู้และความไว้วางใจ: สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ Fake News ทำให้เราเริ่มสับสนว่าอะไรคือความจริง ทำให้ต้องใช้ความพยายามในการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น และส่งผลให้เกิดความไม่ไว้วางใจต่อสื่อและข้อมูลต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาในระยะยาว
ข้อเสนอแนะ(ไม่ต่างจากข้อแนะนำมากนัก)
-สร้าง “ระบบตรวจสอบภายใน” ดังนี้ ตรวจสอบแหล่งที่มา, เปรียบเทียบข้อมูล, พิจารณาความรู้สึกหลังจากเสพข่าวดังกล่าว
-ตระหนักรู้ถึง อัลกอริทึม ของแพลตฟอร์ม เสพข่าวจากหลายๆฝั่ง ระวังEcho chamber และไม่แชร์ข้อมูลที่ไม่มั่นใจ
1. สรุปเนื้อหาของคลิปดังกล่าวพร้อมข้อแนะนำที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
คลิปนี้บรรยายถึงภัยคุกคามของสงครามข้อมูล (Information Warfare) ที่รัสเซียใช้ข่าวปลอม (Fake News) ในการโจมตียูเครน โดยยกตัวอย่างข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ข่าวปลอมไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่เป็นอาวุธที่ทรงพลังและเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยทั่วโลก เนื่องจากมันทำให้ผู้คนตัดสินใจผิดพลาด และทำลายความไว้วางใจในผู้นำ สถาบัน และสื่อต่างๆ เพื่อตอบโต้ปัญหานี้ กลุ่มนักข่าวจึงก่อตั้งเว็บไซต์ “StopFake” ขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Checking) และเปิดโปงการกระทำโดยเจตนาของการให้ข้อมูลที่ผิด
ข้อแนะนำในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News:
หากเนื้อหา “ดราม่าเกินไป” “ใช้อารมณ์เกินไป” หรือเป็นลักษณะ “คลิกเบต” (Clickbait) มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นข่าวปลอม
อย่าเชื่อทันที แต่ให้ค้นคว้าและตรวจสอบข้อมูลนั้นจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ที่น่าเชื่อถือ
ใช้ Google ค้นหาชื่อ ที่อยู่ ผู้เขียนข่าว ผู้เชี่ยวชาญ หรือหลักฐานอ้างอิงเพื่อยืนยันความถูกต้อง
2. ความคิดเห็นของกลุ่มคุณที่มีต่อ Fake News ว่ามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่
ผลกระทบต่อการตัดสินใจ: ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน หรือการใช้ชีวิตส่วนตัว
ผลกระทบต่อความไว้วางใจ: ทำลายความเชื่อมั่นในข้อมูลข่าวสาร สถาบันทางการ และผู้คนรอบข้าง ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ผลกระทบทางอารมณ์: ข่าวปลอมมักถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความโกรธ ความกลัว หรือความกังวลที่ไม่จำเป็น ทำให้เกิดความเครียดและความขัดแย้งในชีวิตประจำวัน
3. ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารที่มาจาก Social Network
– ทุกครั้งที่เจอข่าวที่น่าตกใจหรือเร้าอารมณ์สูงบน Social Network ให้ตั้งข้อสงสัยและยังไม่เชื่อจนกว่าจะมีการตรวจสอบ
– เปรียบเทียบข่าวนั้นกับแหล่งข่าวหลัก (Mainstream Media) หรือสำนักข่าวที่มีประวัติความน่าเชื่อถือ
– ใช้เครื่องมือค้นหารูปภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search) เพื่อตรวจสอบว่ารูปภาพหรือวิดีโอนั้นถูกใช้ในบริบทที่ถูกต้องหรือไม่
– หยุด “คลิกและแชร์” ไม่ส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลใดๆ ก่อนที่จะทำการตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข่าวปลอม
1. สรุปเนื้อหาของคลิปและข้อแนะนำในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
คลิป “Inside the fight against Russia’s fake news” กล่าวถึงความพยายามของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรปและยูเครน ในการต่อสู้กับกระแสข่าวปลอม (Fake News) ที่ถูกรัฐบาลรัสเซียและหน่วยงานสื่อของรัฐใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและสงครามข้อมูล (Information Warfare) เพื่อชักจูงความคิดของประชาชน ทั้งในรัสเซียเองและในประเทศอื่น ๆ ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์และสื่อสังคม เช่น Facebook, Telegram, และ YouTube
คลิปนำเสนอให้เห็นว่า Fake News ของรัสเซียมักถูกเผยแพร่โดยใช้เทคนิคทางจิตวิทยา เช่น การเน้นอารมณ์ ความกลัว ความรักชาติ หรือการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางส่วนให้ดูน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในช่วงสงครามยูเครน ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบ
2. ความคิดเห็นของกลุ่มต่อ Fake News ว่ามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือไม่
กลุ่มของเรามีความเห็นว่า Fake News มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะในยุคที่ผู้คนรับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก ข่าวปลอมสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด สร้างความแตกแยกในสังคม และส่งผลต่อการตัดสินใจในหลายเรื่อง เช่น
2.1. การเมือง: ผู้คนอาจถูกชักนำให้เชื่อข้อมูลเท็จและเลือกข้างโดยไม่รู้ตัว
2.2. สุขภาพ: ข่าวปลอมเกี่ยวกับยา วัคซีน หรือโรคระบาดอาจทำให้คนไม่กล้าเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
2.3. เศรษฐกิจ: ข่าวลือเกี่ยวกับราคาน้ำมัน หุ้น หรือค่าเงินอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก
ดังนั้น Fake News จึงไม่ใช่เพียง “ข่าวไม่จริง” แต่เป็น “เครื่องมือควบคุมความคิดและพฤติกรรมของคน” ที่ส่งผลต่อความมั่นคงทั้งในระดับบุคคลและสังคม
3. ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารจาก Social Network
3.1. ใช้แนวคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) — อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นทันที ให้ตั้งคำถามเสมอว่า “ใครเป็นคนเผยแพร่?” “มีหลักฐานไหม?” และ “มีเจตนาอะไร?”
3.2. เลือกติดตามแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ — เช่น สำนักข่าวหลักระดับประเทศ หรือองค์กรที่มีมาตรฐานด้านจริยธรรมสื่อ
3.3. หลีกเลี่ยงการแชร์ข่าวที่ยังไม่ยืนยัน — เพราะการแชร์ต่อแม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายไปในวงกว้าง
3.4. ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ — เช่น การใช้ Google Reverse Image Search เพื่อตรวจสอบภาพ หรือ Fact-checking platforms
3.5. รักษาสมดุลในการเสพข่าว — ไม่หมกมุ่นกับข่าวมากเกินไป และเปิดรับข้อมูลจากหลายมุมมองเพื่อลดอคติทางความคิด
1.สรุปเนื้อหาของคลิปดังกล่าวพร้อมข้อแนะนำที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
-พูดถึงการที่รัสเซียใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่ข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนความจริง โดยเฉพาะในช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งทำให้Olga Yurkova นักข่าวยูเครน ได้สร้างไซต์ StopFake เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าว
2.ความคิดเห็นของกลุ่มคุณที่มีต่อ Fake News ว่ามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่
-Fake News มีผลต่อชีวิตประจำวัน เพราะทำให้คนเข้าใจผิด สร้างความแตกแยก และอาจตัดสินใจผิด เช่น เรื่องสุขภาพหรือการเมือง
3.ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารที่มาจาก Social Network
-ควรตรวจสอบที่มาของข่าว อ่านจากหลายแหล่ง ไม่แชร์ทันที และใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อ โดยเฉพาะข่าวจาก Social Media
(1) จากคลิปกล่าวถึงการที่รัสเซียใช้ “ข่าวปลอม” เพื่อชักจูงความคิดของประชาชนและบิดเบือนความจริงในสงครามกับยูเครน โดย Olga Yurkova นักข่าวยูเครน ได้ก่อตั้งเว็บไซต์ StopFake.org เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดโปงข่าวปลอม และสร้างความตระหนักให้ผู้คนรู้จักคิดวิเคราะห์ก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล เพราะข่าวปลอมอาจส่งผลให้เกิดความเกลียดชัง ความเข้าใจผิด และตัดสินใจผิดในระดับสังคม
ข้อแนะนำในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
•ตรวจสอบแหล่งข่าวและที่มาของข้อมูล
•ตั้งข้อสงสัยกับข่าวที่ดูเกินจริงหรือชวนอารมณ์
•เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนเชื่อ
•ตรวจสอบวันเวลาและบริบทของข่าว
•อย่าแชร์ต่อถ้ายังไม่มั่นใจในความถูกต้อง
(2) ความคิดเห็นของกลุ่มต่อ Fake News
กลุ่มเรามองว่า Fake News มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมาก เพราะทำให้คนเข้าใจข้อมูลผิด สร้างความสับสนและความแตกแยกในสังคม เช่น ข่าวสุขภาพปลอมอาจทำให้คนเชื่อและปฏิบัติผิด หรือข่าวการเมืองปลอมอาจทำให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกลุ่มคนได้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการรับข้อมูลทุกครั้ง
(3) ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน
•ตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนเชื่อ โดยเลือกสื่อที่น่าเชื่อถือ
•อย่าเชื่อหรือแชร์ข่าวที่มีถ้อยคำรุนแรงหรือชวนให้โกรธ
•เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนสรุป
•ใช้สติและคิดวิเคราะห์ ไม่ตัดสินจากพาดหัวหรือความคิดเห็นของคนอื่น
•ใช้ Social Network อย่างมีวิจารณญาณ และมีความรับผิดชอบในการแชร์ข้อมูล
1. สรุปเนื้อหาของคลิปดังกล่าวพร้อมข้อแนะนำที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกัน Fake News
วิดีโอนี้กล่่าวเน้นย้ำถึงปัญหาของ ข่าวปลอม (fake news) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แพร่กระจายโดย รัสเซีย เกี่ยวกับยูเครน การนำเสนอเปิดเผยเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้น เช่น เรื่องราวการตรึงกางเขนเด็กในสโลเวียนสก์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง และเน้นว่าข่าวปลอมไม่ใช่แค่เรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่เป็น ภัยคุกคามทั่วโลก ต่อระบอบประชาธิปไตยและความไว้วางใจในสังคม เพื่อตอบโต้ปัญหานี้ กลุ่มนักข่าวจึงก่อตั้งเว็บไซต์ “StopFake” เพื่อตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลที่ผิดพลาด โดยปัจจุบันเว็บไซต์นี้ได้ขยายตัวเป็นศูนย์ข้อมูลที่มีหลายภาษาและสอนผู้คนให้รู้จัก การตรวจสอบข้อเท็จจริง การนำเสนอจบลงด้วยการให้คำแนะนำแก่ผู้ชมถึงวิธีง่ายๆ ในการต่อต้านการเผยแพร่ข่าวปลอม เช่น การตรวจสอบแหล่งข้อมูล และการระมัดระวังเนื้อหาที่ กระตุ้นอารมณ์หรือเกินจริง เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจในสังคมที่ถูกทำลายโดยสงครามข้อมูลนี้
2. ความคิดเห็นของกลุ่มคุณที่มีต่อ Fake News ว่ามีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่
กลุ่มของเรามองว่า Fake News มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะในยุคที่ทุกคนรับข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย ข่าวปลอมสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยที่ผู้รับข่าวไม่ทันตรวจสอบ ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อ
ทัศนคติและความเชื่อ เช่น ทำให้เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองหรือสังคมผิดไป
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การตัดสินใจซื้อสินค้า การเลือกข้างทางสังคม หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ความแตกแยกในสังคม เพราะข่าวปลอมมักถูกออกแบบให้ “กระตุ้นอารมณ์” ทำให้คนโกรธ เกลียด หรือไม่ไว้วางใจกัน
ดังนั้น กลุ่มของเราคิดว่า Fake News ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภัยเงียบที่บ่อนทำลาย “ความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม
3. ข้อเสนอแนะในการเสพข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะข่าวสารที่มาจาก Social Network
-ตรวจสอบแหล่งที่มาเสมอ
-อ่านให้ครบก่อนแชร์
-สังเกตอารมณ์ของข่าว
-เปรียบเทียบจากหลายแหล่ง
-ส่งต่อความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อื่น