การเจรจาการค้าระหว่างประเทศทำได้หลายรูปแบบ หากแบ่งตามคู่เจรจาจะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ 1) ทวิภาคี (Bilateral) ระหว่าง 2 ประเทศ เช่น ไทย-ญี่ปุ่น หรือ จีน-อินเดีย และ 2) พหุภาคี (Multilateral) เช่น ASEAN หรือ WTO แต่ในบางครั้งการเจรจาแบบพหุภาคีอาจอยู่ในรูปแบบ เช่น ASEAN-EU หรือ USA-EU ก็ได้เช่นเดียวกัน
การเจรจาแต่ละครั้งจะหารือเพื่อต่อรองเรื่อง “ภาษี” สินค้านำเข้าของแต่ละประเทศ (หรือกลุ่มประเทศ) ว่าจะจัดเก็บในอัตราเท่าไร เช่น ญี่ปุ่นตกลงเก็บภาษี “ข้าว” ที่ส่งมาจากไทยในอัตราร้อยละ 5 หรือ ประเทศใน ASEAN ตกลงกันว่าจะไม่เก็บภาษี “ชิ้นส่วนยานยนต์” ในกลุ่มประเทศสมาชิก เป็นต้น
เนื่องจากมีการเจรจาการค้าในหลากหลายรูปแบบ อาจเกิดปัญหาเรื่องอัตราภาษีซ้ำซ้อนได้ เช่น EU เรียกเก็บภาษี “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” จากไทยในอัตราร้อยละ 10 ในขณะที่เรียกเก็บจาก ASEAN ในอัตราร้อยละ 5 โดยที่ประเทศไทย ก็เป็นสมาชิก ASEAN ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น EU จึงมีอัตราภาษี “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์”กับไทยอยู่ 2 อัตราได้แก่ ร้อยละ 10 ที่ตกลงกับไทยโดยตรง และร้อยละ 5 ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิก ASEAN ในกรณีนี้ให้ถือว่า ไทย สามารถใช้อัตราภาษีที่ “ต่ำที่สุด” ได้ นั่นคือ EU จะเรียกเก็บเพียงร้อยละ 5 สำหรับ “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” เท่านั้น
จงออกแบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับอัตราภาษีที่เกิดจากการเจรจาการค้าในแต่ละครั้ง และสามารถค้นหาข้อมูลอัตราภาษีที่ “ต่ำที่สุด” ในแต่ละสินค้าที่ตกลงกัน เพื่อให้คณะเจรจาการค้าใช้เป็นข้อมูลในการเจรจาการค้าในครั้งถัดไปได้อย่างถูกต้อง โดยสร้างฐานข้อมูลดังกล่าวใน Database ของแต่ละกลุ่ม (Database ชื่อกลุ่ม) และ E-R Diagram ส่งที่อีเมล kanat@egco.org
เอกสารที่เกี่ยวข้อง: TradeNegotiations
Deadline: 26 September 2025
Comments are closed